เอกสารที่เตียมไปมี ดังนี้
1. หนังสือเดินทาง
2. สำเนาหนังสือเดินทางและต้องเซ็นสำเนาถูกต้องให้เรียบร้อย
3.ใบสมัครขอวีซ่าออนไลน์ ต้องกรอกออนไลน์แล้วปริ้นออกมา ช่องไหนที่ไม่ใส่ข้อมูลให้ใส่ N/A หาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตได้เลยด้วยคำว่า ตัวอย่างใบกรอกแบบฟอร์มวีซ่าจีน เราก็ลอกตามนั้นมาเลยคะ
4. รูป 2 นิ้วตามแบบที่กงสุลจีนต้องการ 2 รูป เราตั้งกล้องถ่ายเอง แล้วไปล้างที่ร้าน บอกเขาว่าเอาไปขอวีซ่าจีน โหลละ 150 บาท ถ้าถ่ายที่ร้าน 220 บาท ประหยัดไป 70 บาทเลยนะ
5.ตั๋วเครื่องบิน ไปกลับ ปริ้นคนละชุดเลยนะคะ แม้ชื่อจะอยู่ในแผ่นเดียวกัน และไปด้วยกัน
6.ใบจองโรงแรม ต้องครบทุกวันตามตั๋วเครื่องบิน จะต้องมีชื่อเราด้วยนะคะ ใครขอต้องมีชื่อคนนั้นคะ เราไปกัน 2 คน นอนห้องเดียวกัน ของเราจองกับ booking.com ตอนจองเราก็ใส่ชื่อเราเป็นผู้พักหลัก จองเสร็จทุกขั้นตอนก็รอเขาส่งยืนยันการจองมาให้ แล้วเราค่อยปริ้นออกมาเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนของอีกคนเราสามารถแก้ไขชื่อได้ มันจะมีคำว่า EDITให้เราคลิกเปลี่ยนชื่อ แล้วเราก็ยืนยันไปใหม่แล้วเราก็รอเขายืนยันกลับมา เราก็ตรวจดูความถูกต้อง แล้วก็ปริ้นออกมาเลยคะ
สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นคนภูเก็ตต้องมีใบรับรองการทำงานในเขตภูเก็ต หรือ ใบสัญญาเช่าบ้าน 1 ปีขึ้นไป
สามารถขอให้คนอื่นได้เฉพาะคนไทยเท่านั้น ถ้าไม่ใช่คนไทยต้องไปขอด้วยตัวเอง ต้องมีเอกสารดังนี้
1. หนังสือเดินทาง
2. สำเนาหนังสือเดินทางเซ็นให้เรียบร้อย
3. ใบสมัครขอวีซ่าออนไลน์ ต้องกรอกออนไลน์แล้วปริ้นออกมา ช่องไหนที่ไม่ใส่ข้อมูลให้ใส่ N/A4. รูป 2 นิ้วตามแบบที่กงสุลจีนต้องการ 2 รูป
5. ตั๋วเครื่องบินไปกลับ
6. ใบจองโรงแรม ต้องครบทุกวันตามตั๋วเครื่องบิน
7. ใบอนุญาตทำงาน พร้อมถ่ายสำเนาทุกหน้าที่มีตัวอักษร
8. รายการเงินฝากถอนในบัญชีเงินฝาก หรือที่เรียกว่า bank statement นั่นเองคะ
9. สมุดบัญชี พร้อมสำเนาหน้าแรกและหน้าสุดท้ายที่มียอดเงิน ต้องทำให้เป็นปัจจุบัน
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเราก็ลุยกันเลยคะ อ้อ!! อย่าลืมตรวจสอบวันหยุดของเขาก่อนนะคะ เดี๋ยวเสียเที่ยว เสียเวลา เปลืองค่าน้ำมัน
การขอวีซ่าไปประเทศจีนที่ภูเก็ตไม่ต้องทำการนัดหมาย พร้อมเมื่อไหร่ไปได้เลย ไม่ควรไปขอวีซ่ากระชั้นชิดเกินไป อย่างน้อยๆก็ควรจะขอล่วงหน้าสัก 1 เดือน และไม่ควรเกิน 3 เดือนคะ เดี๋ยววีซ่าจะหมดอายุเสียก่อน หรือถ้าไม่แน่ใจโทรไปถามเขาโดยตรงเลยคะ ของเราไปขอวันที่ 16 พฤษภาคม 2561 วันหมดอายุจะเป็น16 กันยายน 2561 เป็นวีซ่าท่องเที่ยว เขาให้มา 3 เดือนเผื่อเราเปลี่ยนแปลงการเดินทาง แต่เรามีสิทธิ์อยู่ในประเทศจีน 30 วันคะ
นี่คือแผนที่กงสุลจีนที่ภูเก็ตนะคะ ให้ไปตามวงกลมสีแดงด้านซ้ายมือเลยคะ เข้าไปซอยที่ 2 ถ้าเข้าไปซอยตันแปลว่าผิดซอยแล้วนะคะ เพราะว่าในซอยตันก็มีเหมือนกันแต่เขาปิดไม่ได้ไว้ขอวีซ่า
วันที่เราไปก็ไปยืนงงอยู่ตรงนั้น โชคดีมีคุณตาคนนึงที่ยืนอยู่แถวนั้น แกก็ชี้ๆว่าอยู่อีกซอยนึง
ถ้าหากเอารถยนต์ไป จะหาที่จอดลำบาก ถ้าหาที่จอดไม่ได้ เอาไปจอดตรงที่แถบสีเขียวแล้วค่อยเดินเอาก็ได้คะ ตรงแถวสีเขียวก็เป็นของเขาเหมือนกันไปแวะตรงนี้มาแล้วแต่ไม่ใช่ขอวีซ่าตรงนี้คะ เดินตามแผนที่มาที่ซอยที่ 2 จะเจอทาวโฮมแบบนี้คะ ถ้าเขาเป็น รั้วสีฟ้าจะเปิด และจะมีป้าย OPEN เราก็เดินผ่านประตูเหมือนประตูเครื่องเอ็กซ์เรที่สนามบิน แล้วก็เปิดประตูได้เลย
กงสุลจะเปิดให้ขอวีซ่าเวลา 09:00-11:30 ข้างในจะมีเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยหนึ่งท่าน ให้บัตรคิว ก็ไปนั่งรอที่เก้าอี้ และก็มีโต๊ะให้นั่งเขียนเอกสาร เมื่อคิวก่อนหน้าเสร็จก็เดินไปยื่นเอกสารได้เลย เอกสารอันไหนที่เขาไม่เอาเขาก็จะยื่นกลับให้่เรา ข้างในจะมีป้ายแปะว่าห้ามใช้โทรศัพท์ วันนั้นมีสายโทรศัพท์เข้ามา เราก็รับ แม่บ้านก็เดินไปลูบๆถูๆป้ายนั้นเลย เราก็เลยไม่กล้ารับสายที่2 เลย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เขาจะให้ใบนัดมา เป็นกระดาษใบเล็กๆสีชมพู ใช้เวลา 4 วันทำการในการทำวีซ่า เรา สะดวกมารับหนังสือเดินทางวันไหนก็บอกเขาไป ถ้าหากว่าไม่ได้มาตามนัดจะต้องโทรไปบอกเขาและบอกหมายเลขบนใบนัด หรือให้คนที่เราไว้ใจไปรับให้ก็ได้แต่เขาต้องเอาบิลไปด้วยโดยไม่ต้องมีใบมอบอำนาจ
เราสามารถขอแบบด่วนได้คะ ไม่แน่ใจราคา และไม่แน่ใจว่าใช้เวลา 2 วันทำการ หรือ 3 วันทำการกันแน่
ถ้าขอแบบเข้าออกครั้งเดียวราคา 1,000 บาท 2 ครั้ง 2,000 บาท เข้าออกหลายครั้ง ภายใจ 6 เดือน 3,000 บาท อันนี้ราคาคนไทยนะคะ
ที่นี่ไม่มีบริการถ่ายเอกสารนะคะ ถ้ามีความจำเป็นต้องถ่ายเอกสารต้องไปถ่ายเอกสารที่ไปรษณีย์เอกชนที่โลตัสชั้น 2 อยู่ข้างศูนย์อาหาร
วันที่ไปรับหนังสือเดินทางคืน ต้องนำใบเสร็จไปด้วย จ่ายเงินสด เวลา 15:00-16:00 ไม่มีอะไรยุ่งยากเลยคะ
หลังจากนี้ก็รักษาสุขภาพรอวันเดินทางท่องแดนมังกร เที่ยวให้สนุกและปลอดภัยนะคะทุกคน
หวังว่าจะมีผู้ได้รับประโยชน์จากบทความนี้ ขอกำลังใจแก่หัวใจดวงน้อย กดติดตามด้วยนะคะ เดี๋ยวจะมีบทความดีๆ มีประโยชน์ให้อ่านกันต่อไปคะ






